
ผักกูด เป็นพืชผักพื้นบ้านที่มีความหลากหลายสายพันธุ์ มีรสชาติขมเล็กน้อย และมีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจ
ผักกูด เป็นพืชผักพื้นบ้านที่มีความหลากหลายสายพันธุ์ พบได้ทั่วไปในป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ใบประกอบคล้ายขนนก มีรสชาติขมเล็กน้อย และมีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจ ทำให้ผักกูดเป็นที่นิยมนำมาประกอบอาหารและใช้เป็นสมุนไพร
ลักษณะของผักกูด
- ลำต้น: มีลักษณะเป็นเหง้าใต้ดิน
- ใบ: ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยขนาดเล็กเรียงตัวกันเป็นแฉกๆ
- ดอก: ดอกออกเป็นช่อเล็กๆ สีขาวหรือเหลืองอ่อน
- ผล: ผลมีขนาดเล็ก รูปร่างกลม
ประโยชน์ของผักกูด
- คุณค่าทางอาหาร: ผักกูดอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก และแคลเซียม
- สรรพคุณทางยา:
- ช่วยบำรุงเลือด
- ช่วยลดไข้
- ช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
- ช่วยขับปัสสาวะ
- ช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
- ใช้ในการประกอบอาหาร: ผักกูดสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น แกงส้ม ยำ ผัด หรือจะนำไปต้มจิ้มน้ำพริกก็อร่อย
วิธีการเลือกซื้อและเก็บรักษาผักกูด
- เลือกซื้อ: ควรเลือกผักกูดที่มีใบสีเขียวสด ใบไม่เหลืองหรือเหี่ยว
- เก็บรักษา: หากต้องการเก็บรักษาผักกูด ควรนำไปล้างให้สะอาดแล้วห่อด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ เก็บไว้ในตู้เย็นช่องผัก
เมนูอาหารจากผักกูด
- แกงส้มผักกูด: เมนูยอดนิยม รสชาติเปรี้ยว เค็ม เผ็ด
- ยำผักกูด: รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว เผ็ด เค็ม
- ผัดผักกูด: รสชาติกลมกล่อม
- ต้มจิ้มน้ำพริก: เพิ่มความอร่อยให้กับมื้ออาหาร
ข้อควรระวัง
- ไม่ควรรับประทานผักกูดดิบ: เพราะอาจมีสารออกซาเลต ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารได้
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ผักกูด นับเป็นพืชผักที่มีคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณทางยาสูง นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย หากมีโอกาส ลองนำผักกูดไปปรุงอาหารรับประทานกันนะคะ